| Profilo di phong·*.:。✿✲-·(¯`°.•°•.☆*´¯)*...FotoBlogElenchi | Guida |
|
·*.:。✿✲-·(¯`°.•°•.☆*´¯)*¤°•☆ @@@☆ ในยามที่ท้อแท้...ขอเพียงแค่คนหนึ่ง •☆..ที่คิดถึงและคอยห่วงใย..☆·*.:。✿✲-·(¯`°.•°•.☆*´¯)*@ ^ _ ^ @ ..เพื่อนและกำลังใจ ...คือสิ่งที่ทำให้ชีวิตก้าวต่อไป...กับชีวิตนี้..ใต้ฟ้า..เมืองไทย ... @ ^ _ ^ @ 08 settembre ถ้าคุณต้องรอ...ใครสักคนโดยที่เขาไม่ค่อยสนใจเลยว่าคุณรอเขาทุกลมหายใจ..ถ้าคุณต้องรอ...ใครสักคนโดยที่เขาไม่ค่อยสนใจเลยว่าคุณรอเขาตลอดเวลา
คุณจะรู้สึกอย่างไร คุณจะรู้สึกเสียใจ และน้อยใจไหม ? อันดับแรก
ต้องมีคำถามเกิดขึ้นมากมายล่ะค่ะ ว่า ทำไม เราถึงต้องรอคนคนนี้ ทำไม เราต้องรู้สึกดีกับเขา
ทำไมเราถึงต้องคิดถึงเขาตลอดเวลา ทำไมเราถึงคิดว่าเขาเป็นคนสำคัญสำหรับเราเสมอ ๆ
ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าเราสำคัญสำหรับเขา ไม่รู้ว่ามีเวลาว่างพอจะคิดถึงเราหรือเปล่า
แถมยังไม่มีเวลาแม้แต่จะกดโทรศัพท์มาสักนาที เพื่อที่จะทักทายกัน บางทีโทรศัพท์คงทนไม่ได้กดออกเอง
เจ้าของโทรศัพท์ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทรศัพท์ของตัวเองโทรออกไปหาใครบ้าง
แต่สำหรับคนอื่น ๆ และคนที่อยู่รอบกายของเขา รู้สึกว่าเขาจะมีเวลาให้เสมอและเต็มที่ตลอด
ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักหรือเพื่อน ๆ ของเขา ระยะทางยิ่งห่างไกลกัน คนบางคนก็ทำให้ใจห่างไปด้วย
หลาย ๆ คนก็คงรู้สึกเหงา น้อยใจ และเจ็บปวดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถ้าถามว่าข้าพเจ้ารู้สึกยังไง
ถ้าต้องเจอเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ ก็คงบอกความรู้สึกไม่ยาก หรอกค่ะ ว่ามีความรู้สึก
ไม่ต่างกันเลย ก็คง เหงา และน้อยใจ แถมคิดมากอีกต่างหาก สำหรับคนที่มีคนรักอย่าปล่อยให้
คนรักต้องรู้สึกอย่างนี้เลยนะค่ะ เพราะชีวิตของคนเราสั้นนัก ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วัน
มีคำพูดของคนและเป็นคำพูดที่ฉันรู้สึกประทับใจ ที่ว่า " อย่าคิดว่าเรามีเวลาเหลืออยู่ในโลกนี้มาก
พอทีจะดูแลใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารัก หรือคนที่รักเรา ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ คนรัก เพราะ
บางทีคนเหล่านั้นอาจจะไม่มีเวลาเหลือให้คุณแม้แต่วินาทีเดียว " ดังนั้น คุณควรจะรีบทำอะไรที่คุณ
ต้องการจะทำ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ข้าพเจ้าเองก็คิดจะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ แต่ไม่รู้ว่า
จะมีเวลามากพอสำหรับการรอคอยความสำเร็จที่จะมาถึงหรือเปล่า
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนนะค่ะ สู้ ๆ ต่อไปค่ะ 23 agosto ....กลับมาบ่นอีกแล้ว....นานมาแล้วที่ไม่ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เพื่อบันทึกไว้เป็นความทรงจำของข้าพเจ้า
แต่ก็ยังคิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจนะค่ะ
ตอนนี้ใช้ชีวิตเป็นคุณครูบ้านนอก ชีวิตก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากทำงาน
และการเดินทางกลับบ้านทุก ๆ เสาร์ - อาทิตย์ บางครั้งก็ออกไปเจอผู้คนบ้าง
ข้าพเจ้ามีที่พักใจและผ่อนคลายหลังจากที่เคร่งเครียดกับการทำงานทั้งวัน
นั่นคือ การได้นั่งในม้าตัวหนึ่งที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งไม่ห่างจาก
ที่พักนัก ประมาณ 12 กม. การเดินทางก็ไม่ลำบาก จุดประสงค์ของการ
ไปนั่งนั้น เพื่อที่จะดูคนอื่น ๆ ที่เดินผ่านไปมา (ไม่ได้โรคจิตนะ) มันเป็นความสุขใจ
บอกไม่ถูกว่าทำไม เวลาไม่สบายใจถ้าได้นั่งดูคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมาแล้ว
ทำให้อาการดีขึ้น ไม่คิดมาก ถึงจะเศร้าแต่ก็มีกำลังใจ ถ้าเห็นคนที่ด้อยกว่า
แต่เขามีความพยายามที่จะดูแลตัวเอง ช่วยเหลือตัวเอง แถมยังช่วยคนอื่นได้อีก
ยิ่งมีกำลังใจเยอะค่ะ ช่วงนี้ชีวิตก็ปกติ ธรรมดา ยังไม่มีที่พักใจเหมือนเดิม
มีแต่ความผิดหวังอยู่ร่ำไป ยอมรับว่าเหนื่อยกับการค้นหาและรอคอยใครสักคน
ที่ไม่รู้เลยว่าจะได้เจอกันวันไหน หรือบางทีคน คนนั้นอาจจะไม่มีก็ได้ ....
สงสัยชีวิตนี้ต้องอยู่กับตัวเองตลอด ช่วงนี้ไม่มีเรื่องอะไรมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังหรอกค่ะ
เพราะไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย ถ้าได้ไปคิดว่าไม่พลาดที่จะเล่าประสบการณ์
และเก็บไว้ตรงนี้ กลัวลืมเหมือนกันค่ะ ไว้ว่าง ๆ จะเข้ามาบ่นใหม่นะคะ
Long time i don't make my space and tell you about my life.
now i'm a teacher in the country but i happy when i go to the nature. 11 ottobre ...ชีวิตที่เปลี่ยนไป...ตื่นเช้าเดินทางไปทำงานท่ามกลางความวุ่นวาในเมืองหลวง
กว่าจะเดินทางกลับมาถึงที่พักก็เกือบ 2 ทุ่มทุกวัน เคยมีเพื่อน ๆ น้อง ๆ มากมายไปไหนมาไหนด้วยกัน เคยมีเพื่อน ๆ ที่ทำงานมาก ไม่เคยเหงา
แต่ปัจจุบันนี้ ความเหงาและความว่างเปล่าได้เข้ามาแทนที่
เพื่อน ๆ ที่เคยมีก็หายไปกันหมด
บ้างก็แต่งงานมีครอบครัว
บ้างก็ไปทำงานไกล ๆ จนไม่มีเวลาคิดถึงกัน
บ้างก็ทำงานหนักจนไม่มีเวลาพัก
สาระพัด
ข้าพเจ้าได้ย้ายกลับมาทำงานที่บ้านเกิด
ชีวิตที่เคยวุ่นวายก็ไม่ได้เจออีก
เดินทางไปทำงานขับรถระหว่างทางแทบจะไม่มีรถวิ่งด้วยซ้ำ
ก็เป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ
ได้อยู่กับคนที่รักเรามากที่สุด...
คอยห่วงใยดูแลเสมอ ๆ ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์
ก็คอยปลอบใจและให้กำลังใจเสมอ หลาย ๆ คนที่ยังทำตัวไม่ดี
เกกมะเหรกเกเร เห็นเรื่องความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก
แสดงว่าเขายังไม่รู้จักชีวิต ไม่เห็นคุณค่าของการมีชีวิต
ยังไม่รู้จักการใช้ชีวต
เห็นอยู่หลายคนที่ทำแบบนั้น แล้วรู้สึกว่าไม่อยากให้ทำแบบนั้น รู้สึกเศร้าใจแทนพ่อแม่ของเขา
ที่อยากให้ลูกได้ดี แต่ลูกกลับไม่ได้คิดแบบนั้น
เห็นการเที่ยวเล่น สำคัญกว่าสิ่งใด
เห็นสิ่งไม่ดี และการกระทำไม่ดี ดีกว่าคำสอนของพ่อกับแม่
ยังไงเสีย ก็อยากให้ทุกคนรักและดูแลพ่อกับแม่ดีกว่า
อย่ามัวไปเถลไถลอยู่เลย
เดี๋ยวท่านจะไม่เหลือเวลาให้เราได้ดูแล
หลายคนคิดว่ามีเวลาเหลือมากมายที่จะดูแลท่าน
แต่ก็ไม่แน่ว่าใครจะมีเวลาเหลือให้ใครกัแน่
เพราะต่างคนก็ต่างไม่รู้ว่าจะมีเวลาเหลืออยู่เท่าใด
จะมีเวลาให้ได้อยู่ เพื่อทำความดีอีกหรือไม่
หรือจะยังทำความเลวต่อไปจนวินาทีสุดท้าย...
24 marzo *** ดีใจที่...มีวันเสียใจเสมอ ***จากวันนั้น ... จนถึงวันนี้.... หลังจากวันที่ข้าพเจ้าได้เดินก้าวออกมา สู่ถนนสายใหม่...ที่เต็มไปด้วยความทุกข์ และขวากหนามอันเนื่องมาจาก "กำลังใจที่อ่อนล้า " และมีอยู่น้อยนิดของข้าพเจ้า บางวันแทบไม่มีเลย ....วันหนึ่งได้มาถึง.... วันนี้ข้าพเจ้าได้รู้ถึงความรู้สึก.. ความสุข(ทางใจ) เก่า ๆ ได้เวียนวนกลับคืนมา อีกครั้ง ถึงแม้จะรู้ว่า เป็นระยะเวลาอันสั้นนัก ตั้งแต่ได้พบหน้าของเขาครั้งแรก ในเวลาของเย็นวันหนึ่ง ซึ่งเขาได้มารอรับข้าพเจ้า... ....ลงจากรถ .. โดยสารประจำทาง ความรู้สึกดีใจก็มีอยู่แล้ว ตั้งแต่รู้ข่าวว่ามีธุระจะต้องเดินทางไป....ที่นั่น ท่านคิดดูซิคะว่า...คนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันกือบ 3 ปี จะดีใจขนาดไหน (โดยเฉพาะข้าพเจ้า) ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เจอเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าความรู้สึกของเขาจะเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็น เพราะอย่างน้อย... ข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่า ตัวเองเข้มแข็งกว่าที่เคย นั่นก็หมายความว่า ถึงเขาจะสำคัญกับข้าพเจ้ามาก แต่ก็ไม่สำคัญหรอกว่า ปัจจุบัน จำเป็นไหม ? ที่จะต้องได้อยู่ด้วยกันเสมอไป ความสมหวังไม่ได้อยู่กับคนทุกคน และไม่เคยอยู่กับข้าพเจ้าเลย ความรู้สึกทุกข์ เจ็บปวดกับความรัก มักจะเกิดขึ้นกับข้าพเจ้าเสมอ ตลอดเวลาที่ไปทำธุระกับเขาข้าพเจ้ารู้สึกดี แต่แอบเศร้าใจเสมอ เพราะรู้ว่าตัวเองไม่มีสถานะอะไร ที่มีความสำคัญกับเขาเลย กลับมีความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งแทรกเข้ามา และให้ตัวเองรู้สึกว่า อ่อนแอขึ้นในใจ และเหมือนกับมีเส้นอะไรสักอย่าง มากั้นระหว่างเราไว้ คิดในใจเสมอว่า คงไม่มีโอกาส กลับมา...เหมือนเดิมอีกแล้ว หลังจากวันนั้น ทำให้ข้าพเจ้าก็คิดถึงเขา เป็นห่วง เพราะสุขภาพเขาไม่ค่อยดี .....ความรู้สึก..... เหมือนกับทำใจไม่ได้อีกแล้ว ความอ่อนแอกลับมาอีกเหมือนเคย ...แอบเหงา... 14 luglio ***ค้นหาตัวเอง***บางครั้งชีวิตของคนเราก็อยู่ในความสับสน
ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ที่เราต่อสู้ อดทน ทำงาน หรือทำทุกอย่างในแต่ละวันนี้ "เพื่อใคร " ถ้าบอกว่าทำเพื่อตัวเอง บางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า ให้ตัวเองมากไป ดีแล้วหรือ บางทีการที่ทำเพื่อตัวเองมากเกินไปแล้วจะทำให้เรา
เอาแต่ใจตัวเอง ตามใจตัวเองมากไปหรือเปล่า.... ถ้าเกิดเป็นการเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปแล้ว.. ....จะทำให้คนอื่น ๆ เดือดร้อนหรือเปล่า.....
... ถ้าบอกว่าทำเพื่อผู้อื่น...(ยกเว้นพ่อกับแม่) บางครั้งเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำเพื่อใคร..
เพราะบางทีเราก็รู้สึกว่าชีวิตของเราว่างเปล่า ไม่ได้มีใครเหมือนอย่างที่คิดอยากจะมี บางทีก็รู้สึกว่าคนข้างบน ส่งให้เรามาอยู่คนเดียวหรือเปล่า ? .....อันนี้สรุปไม่ได้ว่าทำทุกอย่างเพื่อใคร ... แต่ปัจจุบันนี้พยายามทำทุกอย่างเพื่อพ่อกับแม่ และเพื่อตัวเองบ้างในบางครั้ง สิ่งที่ยังมาไม่ถึงก็ไม่สามารถทำให้เรารู้ได้ว่า วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง.. แต่ตั้งใจว่าจะทำทุกอย่างในวันนี้ ......ให้ดีที่สุด..... 14 giugno กลับมาจากเติมกำลังใจดี...จ้า
วันนี้มีโอกาสแวะเข้ามาเพิ่มเติม นาน ๆ ได้แวะมา แต่ก็คิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนนะ หลังจากที่โรงเรียนหยุดไปหลายวัน เนื่องจากทุกภาคส่วนพร้อมใจกันไปร่วมในงานฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี วันนี้ก็กลับมาทำงานปกติ หยุดไป 5 วัน ข้าพเจ้าปฏิบัติตนตามที่ได้รับมอบหมายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เลยกลับบ้านเพื่อไปเติมกำลังใจสักหน่อย ซึ่งที่บ้านก็มีทุกคนรอคอยอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ยาย พ่อ แม่ พี่ น้อง หลาน ๆ รู้สึกอบอุ่นนะแต่ก็เหงาเหมือนเดิม แต่สนุกกับการเดินทางเพราะข้าพเจ้าเป็นคนชอบเดินทางไกล ๆ ไปไหนก็ได้ขอให้ได้เดินทาง การเดินทางก็ราบรื่นดีนะ ไม่มีอุปสรรคใด ๆ เลย แต่ก็ปวดเมื่อยตามระยะทางนั่นแหละ
ไว้ว่าง ๆ จะแวะเข้ามาใหม่นะ 24 aprile ...คิดถึงจึงกลับมา....24/04/49
วันเวลาที่เดินทางทุกวัน ก็ทำให้เราร่วมเดินทางไปกับเวลาด้วย
ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด แต่ที่คาดว่าตัวเรานั่นแหละจะสิ้นสุดก่อน
เพราะมนุษย์เราไม่ได้มีอายุเยอะมากมายขนาดที่จะแข่งกับเวลาได้
คนเรามีอายุมากก็แค่ 30,000 วันเศษ ๆ คนที่มีกรรมเยอะนั่นแหละ
ที่จะมีอายุมากกว่านี้ แต่สิ่งที่จะมั่นคงกว่า คือ "ความดี" ที่ทุกคนควรทำ
ไม่อยากให้ใครมีความทุกข์หรือไม่สบายใจเลยนะ
เพราะเป็นความรู้สึกที่ทรมานมากกกกกก
***** วันนี้มีโอกาสแวะเข้ามาทักทาย******
หลังจากที่เปลี่ยนที่ทำงานแล้ว ทำให้ต้องขาดการติดต่อ กับเพื่อน ๆ ไปเลย แต่ก็ยังคิดถึงเสมอนะ....
......... 11 gennaio ...แอบเหงา...11 / 01 / 49
วันนี้เป็นอีกเช้าวันหนึ่งที่อากาศหนาว รู้สึกว่าหนาวเหน็บเลยล่ะ
รู้สึกว่าเหงามากนะ ไม่มีเพื่อน ๆ คุยเลย ต้องปรับตัวใหม่
เป็นคนที่ปรับตัวยากก็เลยค่อนข้างอยู่อย่างลำบาก
แต่จะพยายามเดินทางต่อไปแล้วกันนะ เพราะมีหลายคน
ที่คอยดูอยู่ว่าจะ ล้มลุกคลุกคลาน หรือ จะเดินต่อไปได้....
วันนี้ไม่ค่อยสบายใจเลย เพราะมีบางอย่าง...ขาดหายไป
และมีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป.. แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ
ว่าเป็นเพราะอะไร .. แต่ก็อยากจะทราบเหตุผลเหมือนก้น
วันนี้ขอบ่นไว้แค่นี้ก่อนนะ ถ้ามีโอกาสจะมาบ่นให้ฟังต่อ 07 gennaio ...เก็บมาฝาก....07 / 01 / 49 ***รักอย่างไรไม่ให้เจ็บเจียนตาย***
สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา . . . คือชีวิตเรา
04 gennaio ...เดินทางตามฝัน...4 / 01 /49
วันนี้เป็นวันที่มีโอกาสได้แวะเข้ามาที่ my spaces ของตัวเอง
รู้สึกว่าเพื่อน ๆ แวะเข้ามาหลายคน ขอบคุณนะคะ แต่เจ้าของ
my spaces ไม่มีโอกาสแวะเข้ามาเลย วันนี้เป็นวันดีและเป็น
อีกโอกาสหนึ่ง ที่ได้แวะเข้ามาในห้องคอมพิวเตอร์ที่มีเน็ต
และเป็นที่ทำงานใหม่ อยู่เขต "จอมทอง " เป็นโรงเรียน
ขนาดใหญ่พอสมควร วันนี้เลยแวะเข้ามาฝากความคิดถึง
เพื่อน ๆ ทุกคนหรือคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะ
วันนี้การทำงานก็ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่
ยังมีหลายอย่างที่ยังไม่ลงตัว
เพราะว่าเราก็เข้ามาใหม่
ยังไม่มีตารางสอนที่เป็นของเราให้
ต้องสอนในรายวิชาอื่น ๆ ที่ไม่ตรง
แต่วันนี้คงจะได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่
รวมทั้งการปรับตัวกับเพื่อนร่วมงานใหม่
เพราะหน้าที่รับผิดชอบก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย
เมื่อก่อนไม่ได้รับผิดชอบเยอะขนาดนั้น
แต่ปัจจุบันต้องทำหน้าที่ให้ครบทุกอย่าง
ช่วงนี้อาจจะไม่ได้เข้ามาที่ my spaces เท่าไหร่
แต่ก็คิดถึงเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ
จะพยายามแวะเข้ามาให้บ่อย ๆ รู้สึกว่าช่วงนี้
งานก็เริ่มเยอะเข้ามาแล้ว ทั้งหลาย ๆ อย่าง
ก็อยากให้เข้าที่เข้าทางไว ๆ
แต่ก็ต้องรอเวลา รอไปก่อน
บางครั้งอาจจะต้องเก็บแรงไว้
สำหรับออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง
ที่คาดหวังต่อไปนั่นคือ "กลับไปทำงานที่บ้าน"
งานก็ลักษณะเหมือนกับที่ทำอยู่นี่แหละคะ
16 dicembre ..เรื่องมันเศร้า....วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ยังไม่เศร้า...
เพราะการจากลา...
แต่จะเศร้าเพราะเรื่องอื่นมากกว่า...
เรื่องมีอยู่ว่า..
โดยขโมยกระเป๋าตังค์..
แต่โชคยังดีที่ตังค์ในกระเป๋า..
ไม่มี...
(เพราะว่าเอาออกก่อนหน้า) ฮือ ..ฮือ..
แต่ดันไม่มีค่ารถกลับอีก ..
มีใครบ้างไหม? จะให้ค่ารถ....
แต่ที่น่าเศร้ากว่า..
คือสิ่งที่ไปกับกระเป๋า..
นั่นคือรูปถ่ายของเราและของเพื่อน ๆ ..
และที่น่าเศร้ากว่านั้น..
ก็คือ บัตรและเอกสารสำคัญ..
ก็ดันติดไปกับกระเป๋าอีก..
จำเป็นต้องใช้งานในเร็ว ๆ นี้ด้วย..
และเป็นเรื่องสำคัญสำหรับอนาคตด้วย..
ตอนนี้ได้แต่คิดถึงเจ้ากระเป๋าและรูปถ่าย...
บัตรประชาชน...บัตรเอทีเอ็ม ..ใบขับขี่ และ บัตรทอง..
ฝากไว้นะ..
ว่าใครเอาไป..
ช่วยส่งคืนด้วยนะคะ
ขอบพระคุณมากกกกกก.....
15 dicembre ^^^หลอกตัวเอง^^^ทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว
นั่นก็เพราะเราขัดแย้งในตัวเอง
ไม่เชื่อตัวเอง ขาดศรัทธาในตัวเอง
และไม่พูดกับตัวเองแบบจริงจัง
เราอาจจะหลอกใครก็ได้
แม้จะหลอกตัวเองก็ยังทำได้
แต่การหลอกตัวเองนั้นไม่เคยสมบูรณ์
ทุกครั้งที่เราหลอกตัวเอง
เราต่างก็รู้ตัวดีว่าเรากำลังหลอกตัวเองอยู่
รู้ตัว แต่ไม่ยอมรับ
ไม่แปลกหรอกที่เราจะหลอกตัวเองบ้าง
เพราะบางทีความรู้สึกแบบนี้มันก็เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
แต่ทุกครั้งที่นึกได้ และรู้ตัว
อย่าอายที่จะยอมรับความจริง
โดยเฉพาะยอมรับความจริงกับตัวเอง
อย่าขาดศรัทธา และจุดยืน...
*** การหลอกตัวเองบางครั้งก็เป็นผลดี บางครั้งก็เป็นผลเสียอย่างมหันต์ *** 09 dicembre ...อีกวันหนึ่งที่มาถึง...วันนี้เป็นวันหนึ่งที่ยังรู้สึกว่า "ดี"
แต่อีกไม่กี่วันก็คงรู้สึกว่า "เหงา"
แล้ววันต่อไปก็คงรู้สึกว่าต้อง "ปรับตัว"
และรู้สึกว่ามีอะไรกำลังเปลี่ยนแปลง...
ทำไมชีวิตของคนเราจะต้องเดินทางไกล
และต้องพบกับอะไรต่อมิอะไร
เยอะแยะจนบางครั้งก็เตรียมใจ
และทำใจยอมรับ..ไม่ค่อยจะทัน..
เรื่องที่กำลังจะบ่นนี้คือ
การกำหนดชะตาชีวิตของคนข้างบนฟ้า
และตรงกับความใฝ่ฝันของคนข้างล่าง
พอต้องเจอเข้าจริง ๆ กลับทำใจไม่ได้
หมายถึงการเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง
และหน้าที่การงานที่ฝันไว้
ซึ่งจะได้ทำงานเต็มตัวและสมบูรณ์แบบซะที
พอถึงเวลาที่ฟ้าเบื้องบนประทานให้จริง ๆ
ก็กลับรู้สึกว่า ... กลัวว่าจะทำไม่ได้
และทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร
แต่ก็บอกตัวเองอยู่เสมอว่าจะทำให้ได้
และจะทำให้ดีที่สุด...
01 dicembre *** เหตุผล...และการใช้ชีวิตอยู่ ***ได้ข้อคิดมาจากคุณพี่คนหนึ่งหรือหลาย ๆ คนที่ส่งมา
ประทับใจมากคะที่ได้อ่าน
อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา คือ ความคาดหวัง
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายาม เต็มที่
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง
ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่า ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
ปัญหาทุกอย่าง ...ล้วนขึ้นอยู่กับตัวเราทั้งสิ้น
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา...และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ .. ??
ทำวันนี้ให้มีค่า เพื่อวันข้างหน้า
อย่าจดจำวันเก่า ๆ ที่ไม่ดี
เพราะจะทำให้วันนี้และวันข้างหน้าไม่ดีไปด้วย
จงก้าวเดินต่อไปข้างหน้าด้วยกำลังใจ
อย่าท้อและสิ้นหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หากการเดินทางจะล้มบ้าง ผิดหวังไปบ้าง
ขอแค่เรามีสติและมีความตั้งใจ
รวบรวมกำลังใจอีกครั้ง
เพื่อต่อสู้และผ่านมันไปให้ได้
30 novembre @@@ ...สายลมแห่งชีวิต...@@@มีบทความหนึ่งอ่านแล้วทำให้เราคิดได้หลายอย่าง จึงเอามาให้ทุกคนได้อ่านกันคะ
เขาบอกว่าในมหาวิทยาลัย
มีวิชาที่ท่านเรียนได้ทุกอย่าง
ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องของชีวิต
ซึ่งจะต้องเรียนเอาเองจากความทุกข์ของตนเอง
ท่านเคยเห็นไหม ?
ความงามของท้องฟ้าอัศดง
มันเป็นความงามที่ไม่ต้องซื้อหา
และคนตาบอดอยากเห็นกันมาก
แต่คนตาดีมักไม่ค่อยมีเวลาดู
พยายามดับความโกรธ
ลิดรอนความโลภออกไปทีละน้อย
หัดมองโลกในแง่ดี เพียงสามข้อเท่านั้น
ถ้าทำได้ ความสุขใจก็จะเป็นของท่าน
ความคิดเป็นใหญ่
ถ้าความคิดของท่านแจ่มใสและถูกต้อง
ชีวิตของท่านก็จะแจ่มใสและเป็นสุข
.......อ่านเสร็จแล้วก็ยังทำไม่ได้สักทีเลยคะ สงสัยต้องใช้เวลาอีกนาน ......
24 novembre ### ...ความทรงจำ ..ที่ไม่เคยจากไป ..### กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไป ...กับ ...ความทรงจำที่ไม่เคยจากไป
กาลเวลาที่ผ่านไปในแต่ละวันเร็วเหมือนกันนะ อีกไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนก็จะถึงปีใหม่อีกแล้ว อืมม...รู้สึกกลัวเหมือนกันนะ กลัวว่าจะแก่ขึ้นอีกปี อิอิ... อันนี้คงต้องทำใจล่ะคะ เพราะเป็นเรื่องธรรมชาติที่จะเดินทางผ่านมาถึง ช่วงนี้ลมหนาวก็มาเยือนแล้วววว.... หนาวเย็นที่สุดเลย ทำไมถึงบอกอย่างนั้น เพราะว่าเป็นคนที่สัมผัสอากาศได้ดี โดยเฉพาะอากาศหนาวนี่แหละ ถ้าอากาศร้อนก็จะอยู่สบาย พอดี ๆๆ คะ แต่ถ้าหนาวหรือฝนล่ะ อาการหนัก
การเดินทางของชีวิตที่ผ่านร้อน หนาว และฝน ซึ่งอยู่ท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งก็มีไม่กี่คนที่อยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ บุคคลเหล่านี้ก็คงไม่ใช่ใคร คือ พ่อ แม่ พี่ ๆ และมีเพื่อน ๆ ที่เป็นห่วงและให้กำลังใจเสมอ อยากขอบคุณทุกคนที่ให้สิ่งนี้มาตลอด....
ความทรงจำของคนเรานี้ "ยากจะลบจริง ๆ นะ" ยิ่งถ้าเป็นเรื่องดี ๆ หรือความรู้สึกดี ๆ กับใครสักคนแล้ว ก็คงไม่มีใครอยากจะลบทิ้ง แต่ความทรงจำของข้าพเจ้ามีมากมาย กับคนที่ให้กำลังใจ กับคนที่อยู่รอบกาย บางทีก็ไม่รู้นะว่า......ทำไมถึงไม่ยอมลืมไปซะที ..ยังจะเก็บไว้อีก บางอย่างที่เก็บไว้แล้วหวนกลับไปคิดถึง ก็รู้สึกว่าเป็นทุกข์กับความทรงจำนั้น อืมม..คุณคงเคยมีความทุกข์กับความผิดหวังหรือพลัดพรากใช่ไหม ? นั่นแหละเป็นความทรงจำที่อยากลบทิ้งที่สุด ...
!!!!
ความประทับใจของชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ บางทีก็วกวนกลับไปยังสถานที่อันวุ่นวายและสวยงาม ตามแบบอย่างที่ข้าพเจ้าชอบ
ย้อนหลังตั้งแต่ที่ข้าพเจ้าบรรจุรับราชการ .... นำเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ (8 เม.ย. 52)
1. เข้าค่ายลูกเสือที่จังหวัดสระบุรี ค่ายฉิมกุล เป็นอะไรที่ประทับใจมาก ๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่ไปเข้าค่ายนอกสถานที่ มีนักเรียน ช่วงชั้นที่ 2 กับ 3 ไปเข้าค่ายด้วยกัน
มีคณะผู้กำกับลูกเสือซึ่งมากด้วยความสามารถ
2. การไปทัศนศึกษา ที่จังหวัดกาญจนบุรี ครั้งที่ 1 ไปกับคณะคุณครู ที่โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง เขตจอมทอง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกมาก ๆ คะ
นอกจากจะไปล่องแพ ที่เมืองกาญจน์ ยังได้ไปไหว้พระที่วัดถ้ำเสือ ไปน้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามมากมีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ข้าพเจ้าขึ้นไปได้แค่ ชั้นที่ 3
ก็เหนื่อยและเวลาในการเยี่ยมชมน้อย กว่าจะกลับมาไม่ทัน พอขากลับแวะไหว้พระปฐมเจดีย์
3. การไปทัศนศึกษา ที่จังหวัดกาญจนบุรี อีกครั้งหนึ่ง สถานที่เดิม แต่บุคลากรคนละคณะ เนื่องจากข้าพเจ้าได้ย้ายที่ทำงาน จาก กรุงเทพฯ มาที่บ้านเกิด
การเดินทางไปทัศนศึกษาครั้งนี้ มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 105 คน โดยรถทัวร์ 2 คัน ของคณะครูกลุ่มพัฒนาคุณภาพการศึกษา 13 สพท.ศก. 3
ไปศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 52 ณ จังหวัดกาญจนบุรี และเพชรบุรี ซึ่งเป็นบรรยากาศที่อบอุ่น สนุกเหมือนเดิมแต่เพื่อน ๆ ที่เคยไปด้วยกัน
ครั้งก่อนไม่ได้มา ต่างคนต่างไป และมีหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองต่างกัน ส่วนมาก็จะแต่งงานมีครอบครัวกันหมด เหลือแต่ข้าพเจ้า ที่ยังอยู่คนเดียวเหมือนเดิม
ครั้งนี้นอกจากจะไปล่องแพ ที่เมืองกาญจน์ ยังได้ไปไหว้พระที่วัดถ้ำเสือ ไปน้ำตกเอราวัณ ซึ่งเป็นน้ำตกที่สวยงามมากมีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ข้าพเจ้าขึ้นไปได้แค่ ชั้นที่ 3 ตามเคย
หลังจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี พักค้างคืนที่นั่น 1 คืน ข้าพเจ้ารู้สึกว่าความสุขที่ข้าพเจ้าต้องการอยากจะให้เป็นแบบนี้มันช่างสั้นเหลือเกิน แปบเดียว
ก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับอีกแล้ว เศร้าเลย แต่ก็พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความสุขมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และถ้ามีโอกาสก็อยากะกลับไปอีกหลาย ๆ ครั้ง
ขากลับก็แวะพระปฐมเจดีย์ ได้ทำบุญก่อนกลับ แต่ขากลับรถที่นั่งทั้ง 2 คัน มีปัญหาขัดข้องเล็กน้อย รถคันที่ข้าพเจ้านั่ง ยางล้อหน้ารั่ว ทำให้ต้องจอดและปะ ให้เรียบร้อยก่อน
จึงค่อยออกเดินทางต่อ ส่วนอีกคันหนึ่ง ลูกสูบหัก ทำให้ตลอดระยะทางของถนน เต็มไปด้วยควันขาวเต็มท้องถนน ผู้คนต่างมอง และที่อาศัยอยู่ริมถนน ก็ออกมาดู ทำให้ต้องเปลี่ยนรถ
แต่ต้องเสียเวลารอนานพอสมควรจึงสามารถเดินทางต่อไปได้ .....
ว่าด้วยความทรงจำกับโบราณสถาน
แต่ก็มีความทรงจำบางอย่างก็อยากจะนึกถึงเพราะเป็นความทรงจำที่ดี ที่บอกว่าดีเพราะคราใดที่นึกถึงจะทำให้สบายใจและมีความสุขกับชีวิตของเราในครั้งนั้น อืมม..ความสุขของข้าพเจ้าก็คงจะเป็นเพราะการได้สัมผัสกับธรรมชาติว่าได้ไปในที่ที่ชอบซึ่งเป็นธรรมชาติที่สวยงาม เพราะข้าพเจ้าเป็นคนชอบธรรมชาติที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ทะเล , น้ำตก , ภูเขา , แม่น้ำ และโบราณสถาน อืมม. มีบางที่ที่เคยไปจะเป็นที่ประทับใจที่สุด
.... คือ....
โบราณสถานที่กรุงเก่าอยุธยา ประมาณต้นเดือนกันยายน ปี '42 ครั้งนั้นไปกับเพื่อน ๆ มีอาจารย์เป็นผู้ดูแล ช่วงนั้นจำได้ว่าไปทัศนศึกษาเกี่ยววิชา "พื้นฐานวัฒนธรรมไทย" ... ช่วงนั้นเดินทางหลายจังหวัดคะ แล้วก็แวะพักที่ จังหวัดอ่างทองหนึ่งคืน จำได้ว่าเราใช้เวลา 3 วัน กับ 2 คืน ..
ปราสาทเขาพนมรุ้ง ประมาณเดือนตุลาคม ปี '43 ครั้งนั้นไปสังเกตการสอนที่จังหวัดบุรีรัมย์ บ้านเพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียน ซึ่งจะต้องสังเกตการสอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ครั้งนั้นเพื่อนพาไปเที่ยวปราสาทเขาพนมรุ้ง โดยขับรถจักรยาน(ยนต์) เป็นพาหนะ และก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งที่ได้ไปดูงานระหว่างสังเกตการสอน คือ โรงเรียนจัดให้ไปดูงาน ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นงานเกี่ยวกับการจัดการศึกษาที่ อำเภอชุมแพร.... ช่วงนั้นอากาศหนาวมากกกกกก....
ปราสาทเขาพนมรุ้ง รอบ 2 ล่ะ ช่วงนั้นจำได้ว่าน่าจะเป็นช่วงกลางปี '45 ไปสมัครงานแถว ๆ เขาพนมรุ้ง ซึ่งที่ทำงานอยู่ใกล้ ๆ กับปราสาทเขาพนมรุ้ง เดินทางขึ้นเขาแปบเดียวก็ถึง สรุป...ว่าไม่ได้ทำงานที่นั่นเพราะว่าตอนนั้น ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าชีวิตเราจะเอายังไงดี จะอยู่ตรงไหนดี ... ก็เลยเป็นโอกาสที่ 2 ที่ได้ไปเยือนอีกครั้ง...
ปราสาทหินพิมาย ที่โคราช ประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ปี '44 ช่วงนั้นจำได้ว่าไปถ่ายทำโบราณสถานเพื่อทำสารคดีในวิชา "การสร้างงานมัลติมีเดีย" ช่วงเรียน ป.ตรี คะ ซึ่งไปกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ก็เพื่อนที่ลงชื่อทำงานกลุ่มด้วยกันนั่นแหละคะ ประมาณ 5 คน จะไปถ่ายภาพบางครั้งคือช่วงนี้จะไปเก็บข้อมูลและรูปภาพ รวมถึงตัดต่อสารคดีเสร็จภายในเวลา ซึ่งจำได้ว่าเพื่อน ๆ ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มของข้าพเจ้าต่างต้องอดตาหลับขับตานอนกันเป็นแถว เพราะต้องเร่งทำงานให้เสร็จ ผลงาน : ของแต่ละกลุ่มเสร็จแล้วส่งอาจารย์ และได้ของแถมด้วยคือ สมาชิกในกลุ่มเปลี่ยนไป หน้าตาคล้าย ๆ "หมีแพนด้า " น่ารักไหม ???
ปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ อันนี้จำไม่ได้ว่าตอนไหน ? แต่นึกได้ว่าเป็นช่วงที่เรียนอยู่ที่
รภ.สุรินทร์ หลังจากเดินทางขนสัมภาระต่าง ๆ ไปไว้ที่หอพักเสร็จก็กลับมาบ้าน ก็มีโอกาสได้แวะเข้าไปไหว้พระและได้เดินดูโบราณสถาน ถึงแม้ว่าจะมีไม่มากเหมือนกรุงเก่าอยุธยา แต่ก็สวยงามมีศิลปะ เหมือนกันคะ สวยงามมาก บางท่านอาจจะคิดว่า ชอบแปลก แต่บอกตรง ๆ ว่าชอบจริง ๆ คะ อะไรที่เป็นปราสาทหรือกรุงเก่า อยากไปเดินเล่นแถวนั้น ๆ และอยากไปเที่ยว.....
วัดล้านขวด ที่ อ.ขุนหาญ เป็นวันเดียวกันกับไปเที่ยวน้ำตกห้วยจันทน์กับน้ำตกสำโรงเกียรติ คะ ..เราจะแวะไปไหว้พระที่วัดก่อนแล้วค่อยไปเที่ยวน้ำตกต่อ สำหรับวัดที่ไปดูสวยงามมากคะ ทุกอย่างจะใช้ขวดเป็นส่วนในการสร้างไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ , ศาลาการเปรียญ , หอระฆัง ,
หรือแม้แต่ห้องน้ำ แปลกจริง ๆๆ คะ เก่งนะคะ ที่สามารถนำสิ่งที่สวย ๆมาทำเป็นอาคารสถานที่ได้ .....
วัดผาน้ำย้อย ที่ ร้อยเอ็ด ช่วงนั้นประมาณเดือนอะไรจำไม่ได้แล้วล่ะ จำได้แต่ว่ากำลังเรียนจบ ป.ตรี น่ะ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมบ้านเพื่อนรักคนหนึ่งที่ ร้อยเอ็ด และก็ไปกับเพื่อนรักคนที่ซึ่งตอนนี้อยู่ฝั่งธน ฯ ตอนนั้นเรายังไม่มีงานทำและคิดว่าจะไปสมัครงานที่ร้อยเอ็ดด้วย แต่คงเป็นบุญที่เคยทำจึงได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่นั่น แต่กำลังสร้างยังไม่เสร็จ ขอบอกได้เลยว่าสวยมาก ๆ (บรรยายไม่ถูกคะ) และอีกครั้งกับการไปร้อยเอ็ด ประมาณเดือนมิถุนายน ปี' 47 คือ "ได้เป็นแขกรับเชิญ" ไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนรักที่อยู่ร้อยเอ็ดซึ่งแต่งได้ปีกว่า ๆ ไม่น่าเชื่อเท่าไหร่ว่าการที่คนเราแต่งงานจะมีภาระเยอะแยะและห่างหายไปจากเพื่อน ๆ แต่ไม่เป็นไรคะ พวกเราเข้าใจเขา ...และเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ
ฯ ล ฯ
ว่าด้วยความทรงกับสถานที่ธรรมชาติสบาย ๆ และเย็น ๆ น้ำตกและทะเล
น้ำตกสำโรงเกียรติแลน้ำตกห้วยจันทน์ ที่ศรีสะเกษ (บ้านเกิด) จำได้ว่าประมาณวันที่ 3 กันยายน ประมาณปี '45 วันนั้นเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่งของชีวิต วันที่ลืมตาดูโลกล่ะคะ วันนั้นได้มีโอกาสไปเที่ยวกับน้า ๆ น้อง ๆ ออกเดินทางตอนเช้าคะ เราเดินทางผ่าน อ.ขุขันธ์ แต่กว่าจะผ่านสี่แยกนั้นได้ ต้องเสียค่าปรับก่อนเพราะจอดรถตรงไฟแดงนานเกินไป สาเหตุก็เป็นเพราะไฟแดงเสียล่ะ หลังจากนั้นก็เดินทางต่อเลี้ยวซ้ายไป อ. ขุนหาญ พอถึงบริเวณน้ำตกรู้สึกว่าสดชื่นและสบายใจจังคะแต่แถวนั้นรู้สึกว่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ สงบไม่มีใครรบกวน เหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง อืมมม..วันนั้นจำได้ว่ามีคนไปพักผ่อนเยอะ เสบียงที่เราเตรียมไปก็เป็น อาหารพื้นบ้าน รสแซบบบ...แล้วก็ช่วยกันซื้อเพิ่มเติมในส่วนที่ยังไม่มี .... วันนั้นเราทานข้าวเที่ยงกันที่น้ำตกห้วยจันทน์ อย่างอร่อยท่ามกลางธรรมชาติ ...ซึ่งเห็นภาพทุกคนสนุกสนานและมีความสุขมากกับการเล่นน้ำ แต่ข้าพเจ้าไม่ยอมเล่นเพราะไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยน ...ฮือ... อดเล่นเลย แต่พอบ่าย ๆ ก็ไปต่อกันที่น้ำตกสำโรงเกียรติ พอมาถึงตรงนี้รู้สึกว่าไม่กลัวแล้วว่าตัวเองจะหนาวล่ะ กระโดดลงน้ำก่อนเพื่อนเลย คนอื่น ๆ เขาก็เปียกมาตั้งแต่ห้วยจันทน์ เล่นน้ำอยู่ตั้งหลายชั่วโมง ที่นี้รู้ผลเลย คือ หนาวที่สุดดดด.... เวลากลับทุกคนเปียก และหนาว แต่อยากบอกว่าเป็นความประทับใจมาก ๆ คะ แต่ตอนนี้ไม่ได้อยู่บ้านก็เลยไปได้ไปนานนน... แล้ว ...
อ่าวมะนาว กองบิน 53 ที่ประจวบคีรีขันธ์ จำได้ว่าเป็นช่วงใกล้จะเปิดเทอม ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม ปี ' 47 ซึ่งโรงเรียนจัดสัมมนาวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากร จริง ๆ แล้วข้าพเจ้าคงไม่ได้มีโอกาสได้ไปหรอกคะ แต่คงเป็นโชคดี เพราะว่าในจำนวนครูที่สอนด้วยกันไม่มีใครไปได้ ก็เลยต้องไปแทน การเดินทางใช้รถทัวร์ 3 คัน ข้าพเจ้ากับพี่ที่สอนเอกเดียวกัน นั่งรถคันที่ 2 คะ ใช้เวลาเดินทางจากโรงเรียน 09.00 - 13.30 น. พอถึงก็ต้องเอากระเป๋าไปเก็บที่ห้องพักก่อน ซึ่งพักกับพี่ 2 คน การไปสัมมนาครั้งนั้นนับเป็นครั้งที่ประทับใจที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะได้ไปสัมมนาใกล้ ๆ ชายหาด ชายทะเล สัมมนาเสร็จก็ทานข้าวใกล้ ๆ ทะเล นั่งพักผ่อนเดินเล่นชายหาด แต่ครั้งนี้ข้าพเจ้าก็ไม่ได้ลงเล่นน้ำทะเลอีกตามเคย กลางวันที่คณะครูสัมมนาเสร็จก็จะมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ตอนกลางคืน ซึ่งข้าพเจ้าก็ไม่พลาดที่จะให้ความสุขกับทุกคนด้วยเสียงเพลง (แต่ไม่รู้ว่าคณะครูฟังได้หรือเปล่า) แต่รู้สึกว่าจะได้รับคำชมจาก ผอ. โรงเรียนว่าเพราะค่ะ .... ก็รู้สึกดีใจคะที่มีคนฟังแล้วเห็นว่าเพราะ.. นอกจากจะได้พักผ่อนชายทะเลในอ่าวมะนาวแล้ว ทางโรงเรียนได้นำคณะไปชมประวัติศาสตร์ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องราวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีการเก็บรวบรวมไว้ที่....... จำไม่ได้แล้วนะ ขอโทษจริง ๆ ไว้นึกออกแล้วจะมาเพิ่มเติมใหม่ ล่ะ...
เกาะเสม็ด ที่ระยอง จำไม่ได้ว่าช่วงไหน ค่อนข้างจะนานแล้วคะ จำได้ว่าช่วงนั้นชีวิตสับสนมาก ๆ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี กำลังใจช่วงนั้นรู้สึกว่าอ่อนล้าเต็มทีไม่มีแม้แต่เพื่อนที่จะพูดคุยด้วย พอดีมีพี่สาวคนหนึ่งเขาชวนไปพักผ่อนทะเล จำได้ว่าบริษัทของพี่เขาจัดนำเที่ยว และข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสไปกับพี่ ๆ โดยที่ในกลุ่มนั้นข้าพเจ้ารู้จักไม่กี่คนเองคะ แต่ก็สนุกคะเป็นกันเองดี วันนั้นออกเดินทางตอน 4 ทุ่มกว่า ๆ ออกรถเดินทางไปเรื่อย ๆ และแวะพักระหว่างทางไปถึงระยองก็เช้าพอดี ล้างหน้า แปรงฟันเสร็จก็ลงเรือข้างฟากไปเกาะเสม็ด จำได้ว่าไป - กลับคนละ 70 บาท หลังจากโดยส่งไปปล่อยที่เกาะแล้ว ความรู้สึกของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป เพราะว่าได้อยู่ในบรรยากาศที่ชอบ สวยงาม สบายใจอย่างบอกไม่ถูก แทบไม่อยากจะกลับมา ถ้าเป็นไปได้อยากอยู่ที่นั่นหรือทำงานที่นั่น วันนี้นข้าพเจ้าลงเล่นน้ำทะเลด้วย สบายใจมากกกกกก ถ่ายรูปเก็บไว้หลายใบแต่ไม่ได้เอามาฝากกก....
พัทยา ที่ชลบุรี ช่วงนั้นประมาณเมษายน ปี ' 48 ครั้งแรกที่ไปเที่ยวเมืองพัทยาคะ วันนั้นไปทั้งหมด 12 คน ส่วนมากจะมีครอบครัวกันหมด หรือมี ก็ไม่ได้พาไปด้วย สรุปคนโสดในวันนั้นคือ ข้าพเจ้าเองล่ะ เป็นครั้งที่สนุกและสบายใจอีกครั้ง เพราะว่าได้ไปกับพี่ ๆ (พี่ชายคะ) มีพี่สะใภ้ แล้วก็ญาติ นั่งรถส่วนตัวไปทำให้เราไม่ต้องกังวนว่าจะไม่ทันรถประจำทาง เสบียงที่เตรียมไปเป็นอาหารทะเลคะ เข้ากับบรรยากาศไหม ? อืมม..ข้าพเจ้ามีหน้าที่เฝ้าที่พักเพราะไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล ช่วงนั้นแดดร้อนจัด กลัวดำกว่าเดิม... เพราะถ้าผิวไหม้แล้วจะรักษาลำบาก ครั้งนั้นสนุกและประทับ
ใจมากกกกก...
พัทยา ที่ชลบุรี รอบ 2 จ้า ประมาณ 9 กรกฏาคม ปี ' 48 ครั้งนี้ไปกับเพื่อนสนิทคนหนึ่ง ไปไหนไปกันคะ สาเหตุที่ได้ไปก็คือ ไปสมัครสอบครูเทศบาลเมืองพัทยาคะ พอหลังจากสมัครเสร็จ ก็มีโอกาสได้แวะไปพักชายทะเล แต่ช่วงนั้นเราไม่ได้เตรียมชุดไปเพื่อลงเล่นน้ำหรอกคะ เพราะคิดว่าจะไปนั่งพักให้สบายใจเฉย ๆ เป็นความประทับใจที่อบอุ่น รู้สึกว่าได้กลับมาเยือนในที่ ที่อยากมา เพราะมาแล้วสบายใจล่ะ วันนั้นรู้สึกว่ายังไม่ได้พักเท่าไหร่ รูปก็ถ่ายไปไม่เท่าไหร่เอง ส่วนมากจะเป็นรูปเดี๋ยว เพราะว่าไปกับเพื่อนแค่ 2 คน เปลี่ยนกันถ่าย จึงมีแต่รูปเดี๋ยวเท่านั้น หลังจากเดินเล่นและถ่ายรูปกันเหนื่อยแล้ว ก็กลับมาที่ สป. ส่วนเพื่อนก็กลับฝั่งธน ฯ ....
พัทยา ที่ชลบุรี รอบ 3 จ้า ประมาณ 7 - 8 สิงหาคม ปี ' 48 หลังจากที่ไปสมัครสอบเดือนที่แล้ว ถึงวันนี้ก็ต้องไปสอบ แต่ว่าข้าพเจ้าไปสอบแบบไม่มีสมาธิ เพราะมีความไม่สบายใจอย่างมาก ๆๆๆๆ และไม่ค่อยได้พักผ่อน หนังสือก็ไม่ได้อ่าน แต่ข้าพเจ้ามั่นใจว่าทำข้อสอบได้นะ แต่ผลออกมาก็คือ "ไม่ผ่าน" แต่ไม่เป็นไรคะถึงสอบไม่ผ่านแต่ข้าพเจ้าก็ได้ไปในที่ ที่ คิดว่ามีความสุข สบายใจมาก ที่ได้ไป นั่น คือ "ทะเล" ที่ไหนก็ได้ขอให้เป็นทะเล วันนั้นข้าพเจ้าไปกับเพื่อนคนเดิม ไปถึงประมาณ 13.00 น. แล้วไปหาที่พัก โชคดีจังคะที่ได้ที่พักใกล้สถานที่สอบ และใกล้ทะเลด้วย หลังจากได้ห้องพักแล้ว เราไปเดินเล่นชายหาดพัทยากันและพักผ่อน โดยไม่ได้สนใจกับหนังสือล่ะ เพราะเริ่มจะปวดหัวกับการอ่าน พอเย็นก็กลับมาห้องพัก ตื่นเช้าแล้วไปสอบ ๆ พอสอบเสร็จก็ไปเดินชายหาดกันต่อ ก่อนที่จะกลับ ที่พัก...
สนุกและประทับใจจริง ๆ ๆๆๆ
หลังจากนั้นมาข้าพเจ้ายังไม่มีโอกาสไปอีกเลย ถ้าเป็นคนอื่น ๆ ที่ชอบมากมายอย่างนี้คงว่างไม่ได้ใช่ไหมคะ เป็นต้องไปล่ะ....
หาดบางแสน ชลบุรี ที่แห่งนี้คือที่ "พักใจ" ที่ใกล้ที่สุดที่ข้าพเจ้าจะเดินทางได้เร็วและสะดวกกว่าที่อื่น ๆ ที่สามารถเดินทางไป - กลับได้ในวันเดียวเหมือนกัน ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วล่ะคะว่าไปกี่ครั้ง เพราะว่าไปบ่อยมากกกก... บางครั้งจะแอบไปนั่งเล่นคนเดียวพอเย็นก็กลับมา ยอมรับว่าสบายใจมาก ไม่ได้เอาความทุกข์ไปทิ้งทะเลหรอกนะคะ แต่ไปนั่งดูน้ำทะเลที่ไกลสุดหูสุดตาต่างหาก บางทีจะมีเพื่อนรักคนเดิมไปด้วย ไปไหนไปกัน ไปแค่สองคน เพราะเพื่อนคนอื่น ๆ เขาไม่ว่าง และเขาอาจจะคิดว่าเราสองคน "ไร้สาระ" แต่น้ำที่นั่นไม่ค่อยสะอาด ชายหาดไม่สวยเหมือนพัทยาคะ แต่ถ้ามีโอกาสจะแวะไปอีกแล้วกัน .....
ทุ่งทานตะวัน ที่สระบุรี + ลพบุรี แล้วก็เลยไปเที่ยวต่อที่พิษณุโลก จำได้ว่าเป็นช่วงนี้แหละคะของปี '47 ได้ไปเที่ยวทุ่งทานตะวัน ครั้งนี้ไป 9 คน เลขสวยไหม ? ไม่ต้องแปลกใจนะคะ คนที่ 9 คือข้าพเจ้าเอง นอกนั้นเขาไปเป็นคู่กันคะ เราออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า จำได้ว่าออกไปทางรังสิตแล้วเข้าอยุธยา ไปสระบุรี เดินเล่นที่ทุ่งทานตะวันนานพอดี แล้วก็เลยไปลพบุรี กะว่าจะไปต่อที่เขื่อนป่าสัก
ชลสิทธิ์ แต่รถติดมากกก เข้าไม่ได้ เราเลยได้โอกาสแวะทานข้าวเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย เหมือนเดิมคะ เราเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทาง ก็เลยไม่มีปัญหา พอเสร็จจากทานข้าวแล้วก็ไปพิษณุโลกต่อ ไปเยี่ยมญาติของพี่ คะ เหนื่อยและสนุกมากกกกก....
...จำได้และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึงคะ และอยากจะกลับไปเที่ยวอีกครั้ง..ถ้ามีโอกาส......
11 novembre @@@... ของขวัญจากการเวลา ... @@@ความประทับใจจากหนังสือเล่มหนึ่ง
ซึ่งเป็นของขวัญที่ได้รับจากการเวลา
ความสำเร็จ คือ รางวัลแห่งชีวิต
ของขวัญล้ำค่าของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป
ความสำเร็จอาจไม่ได้มาโดยง่าย
แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับหัวใจที่มุ่งมั่น ทุ่มเท
....ก้าวต่อไปเถอะ.....
ของขวัญจากกาลเวลายังรอคอยเราอยู่เสมอ
10 novembre $$$...มีความสุขหรือมีความทุกข์กันแน่ ?? ...$$$
อย่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ยิ่งมีความสุขชั่วคราวบนความทุกข์ถาวรของตัวเองยิ่งห้ามใหญ่ ชีวิตคนเรามีจังหวะอยู่มากมาย แต่พวกเรากลับเลือกเต้นกันไม่มีจังหวะ
อย่ายอมรู้สึกดี หรือทำให้ตัวเองสะใจ ในขณะที่คนอื่น ๆ ต้องเป็นทุกข์ และหมดความหวังเพราะความสะใจของเรา
อย่าเพียงแต่ทำให้ตัวเองสูงขึ้น โดยไม่คำนึงเลยว่าเราได้เหยียบหัว เหยียบไหล่ หรือเหยียบบ่าใครขึ้นมาบ้าง
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะต้องการและแสวงหาความก้าวหน้า แต่อยู่ทำร้ายใครก็แล้วกัน.... @@..!*_*! ..โลกกลม ๆ ..!*_*!...@@บางครั้งชีวิตคนเราต้องเดินทางมาถึงจุด จุดหนึ่ง นั่นก็คือ “การจากลา”
ไม่น่าเชื่อว่ายังมีสิ่งอยู่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเรามีความหวังและมีกำลังใจที่จะรอคอย เพราะเราเชื่อว่า “โลกกลม” ถึงแม้ว่าบางครั้ง จะสมหวังหรือไม่ก็ตาม ทุกคนย่อมมีความหวัง บางคนอาจจะไม่ได้คิดว่าจะได้เจอกับคน คนนั้นอีก
เพราะหลาย ๆ เหตุการณ์ทำให้คิดว่า "ไม่ควรเจอกันอีกแล้ว" แต่ก็มีเหตุบังเอิญให้ต้องเจอกันอีกครั้งจนได้ ถึงแม้ว่าหลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว และไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า "โลกกลม" จริง ๆ
เพราะข้าพเจ้าได้เจอกับเขาคนนั้น จริง ๆ ซึ่งข้าพเจ้าก็รอยคอยเสมอ ( ขอแค่รู้ข่าวและขอได้เจอหน้าแค่นั้น) เพราะทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และโลกก็ได้พาเขาไปพบกับอีกโลกหนึ่งของเขา ซึ่งโลกของเขาไม่มีข้าพเจ้าอยู่ในนั้นเลย ... ท่านที่ได้อ่าน
เชื่อหรือไม่ค่ะว่า "โลกกลม" จึงอยากให้ทุกคนรีบทำในสิ่งที่คิดว่าอยากทำ อยากให้ปฏิบัติในสิ่งที่อยากปฏิบัติ (โดยเฉพาะ พ่อ กับ แม่ ) ชีวิตคนเราเอาแน่นอนไม่ได้หรอก ไม่รู้ว่าจะมีวันพรุ่งนี้หรือเปล่า หรือว่าเราจะผ่านพ้น วันนี้ไป หรือไม่ ชีวิตคนเราเอาแน่อะไรไม่ได้เลย...
ดังนั้นก็จงทำความดีให้มากที่สุด ทำบาปให้น้อยที่สุด โกหกให้น้อยที่สุด
ทำผิดศีลให้น้อยที่สุด และที่สำคัญรักคนที่เขารักเราดีกว่า
และรักให้มากที่สุดด้วย
***...ไม่แปลกหรอกที่เราจะไม่สมบูรณ์แบบ...***และมีแผลเก่าเยอะเต็มตัวเต็มหัวใจไปหมด
รู้ไหม มันทำให้เราแข็งแกร่ง
และเป็นต้นกล้าที่แข็งแรง
ได้อย่างที่เราเป็นทุกวันนี้
ยิ่งเราพลาดมาก ๆ
ก็ยิ่งอิ่มเอมใจกับความสำเร็จได้ดี
เพราะขวากหนาม หุบเหว เปลวไฟ ที่เราผ่านพ้นมาได้
มันตกย้ำทำให้เรารู้สึกเสมอว่า
ชีวิตของเรานั้น ... ไม่ธรรมดาเลย..
เพราะไม่มีใครในโลกนี้สมบูรณ์แบบ...สักคน
ไม่แปลกหรอก
ที่เราจะมีวันเก่า ๆ ที่ปวดร้าว
ยอมรับอดีต แต่อย่ายอมให้อดีต
เป็นตัวกำหนดอนาคตของเรา
ชีวิตนั้นเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
ชีวิตนั้นสามารถนับหนึ่งใหม่ได้เสมอ
อย่ายอมให้เมื่อวาน
ขโมยวันพรุ่งนี้ของเราไป
อย่ายอมให้อดีตฉุดรั้งเรา
จนไม่กล้าก้าวต่อไปข้างหน้า
อย่ายอมถอยหลัง
และรู้สึกด้อย
เพียงเพราะต้นทุนเรา
ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ~~~....สายน้ำไม่หวนกลับกับกาลเวลาที่เดินผ่านไปทุกวินาที ทุกวัน..~~~
กาลเวลาที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละวัน บางครั้งก็ทำให้ชีวิตของคนเราได้เจอกับสิ่งที่ดีและไม่ดีปะปนกันไป บางทีสิ่งที่บอกว่าดีนั้นก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด และบางทีสิ่งที่ไม่ดีนั้นก็อาจจะดีก็ได้ นี่แหละคือความไม่แน่นอนของชีวิต.........
บางวันเราก็ต้องยอมแลก ยอมทำสิ่งแปลก ๆ บ้าง ไม่ใช่ไม่กล้าลองในเรื่องใหม่ ๆ
ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกนั่นแหละ ไม่ลอง และไม่ผิดเลยนี่สิ คือ เรื่องแปลก
|
|||||||||||||
|
|